Profiel van UtainA little world of PatheFoto'sWeblogLijstenMeer Extra Help

Weblog


    26 april

    เมื่อหมอเป็นคนป่วย

    โอย... ง่วง
     
    หลังจากกินยาเข้าไปไม่ใช่ง่วงหรอก มันเซื่องๆ ซึมๆ ไปทั้งวันเลย แต่ก็ต้องกินอยู่ดีนั่นแหละ  เมื่อวานไปหาหมอที่รพ.เฉพาะทางแห่งหนึ่งมา ไม่ขอบอกแล้วกันว่าที่ไหน  พึ่งรู้สึกถึงความยากลำบากในการมาเป็นคนไข้ต่างรพ.ว่า เราต้องรอนะ  ต้องทำตามขั้นตอนทุกอย่างที่เขามีเลยนะ  เทียบกับตอนที่เราเป็นหมอแล้ว ไม่จำเป็นเลย ทุกขั้นตอนผ่านได้ ลัดได้สะดวก ดีไม่ดี เราแค่ไปปรินท์ใบยามาแล้วสั่งยาเซนต์ชื่อเอง สะดวกสบาย
     
    เหลียวไปแลมาเห็นคนนั่งรอตรวจเยอะแยะมากมาย.... แม้แต่ขนาดในกรุงเทพ ก็ยังบอกได้ว่าหมอในภาครัฐบาลไม่พอที่จะให้บริการประชาชนตาดำๆที่ไม่มีตังค์จะไปรพ.เอกชน  ต้องมาพึ่ง 30 บาทเนี่ย....  รพ.นี้ถึงแม้ว่าหมอจะดีมากๆ แต่ว่าระบบการเบิกจ่ายยาห่วยแตกมาก นั่งรอเกือบ 1 ชม. ถึงจะได้รับยา  จ่ายค่ายาและค่าธรรมเนียมแพทย์ไป เกือบๆ 200 บาท เพราะว่าไม่ใช้ประกันสังคมเองแหละ
     
    ผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้วยโวยวายเรื่องค่ายาว่า ถ้าเกิน 400 บาทก็จะไม่เอาแล้วนะ ยอมไม่กินยาให้คนในชุมชนมันเป็นบ้าตายแทนดีกว่า  แล้วเธอก็ด่าเพื่อนบ้านว่าทุเรศที่หาว่าเธอเป็นบ้า  ดูๆไปแล้วเธอน่าจะเป้น Schizophrenia แน่นอน น่าสงสารเธอนะ ที่จริงสงสารคนที่เป็นโรคนี้ด้วย พวกเขาจะหลงผิดอยู่ในโลกแห่งความเดียงสาของเขา คนอื่นต่างหากที่บ้า ไม่ใช่เขาหรอกที่บ้า โรคนี้ทำสำรวจแล้วพบในคนที่เศรษฐานะไม่ค่อยดี  แต่ที่น่าตกใจก็คือคนที่การศึกษาสูงๆ อย่าง หมอ หรือว่า อัยการ ผู้พิพากษาก็ยังมีเป็นโรคนี้กันได้ 
     
    ท้ายที่สุดหลังจากที่เธอบ่นด้วยประโยคเดิมๆ แบบคนเป็น Echolaria เธอก็ออกเดินปึงๆ จากไปไม่รับยาอะไรทั้งนั้น แพทมองตามแล้วก็คิดว่า แล้วเธอจะไปทำอะไรต่อหนอ ชีวิตเธอจะเป็นยังไงต่อไป .... เคยตรวจคนไข้แล้วนึกถึงแบบนี้หลายๆหนนะ แต่คิดแล้วมันทุกข์มากกว่าว่า บางทีเราช่วยได้แค่บางเรื่องเท่านั้น แต่ความทุกข์จริงๆแล้วของคนไข้ เราช่วยอะไรเขาไม่ได้
     
    ก็เหมือนกับความทุกข์ของเรา ไม่ว่าใครก็ช่วยไม่ได้หรอก จะบรรเทาก็ได้แค่บางส่วนเท่านั้น
     
    ปล.ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย
    ปล.(อีกที) ถ้าใครคนนั้นได้มาอ่านบันทึกนี้  ขอให้รู้ว่าแพทรักเขามาก
    24 april

    ค่าของเงินกับความเหนื่อย

    เหนื่อย หลังจากไปเที่ยวมาแล้ว ไม่ใช่เหนื่อยที่ไปเที่ยวหรอกนะ ไอ้ตอนไปเที่ยวน่ะมันสนุก แต่ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการเที่ยวและตัวเลขที่เหลืออยู่ในบัญชีนั่นแหละที่ทำให้เหนื่อย  เดือนนี้ยังต้องจ่ายค่าบัตรเครดิต และค่าผ่อนรถอีกด้วย เฮ้อ...
     
    เมื่อก่อนอยู่บ้านอยากได้อะไรก็ได้ อยากกินอะไรก็กิน พ่อแม่จัดหามาให้ ต่อเมื่อต้องมาทำงานหาเลี้ยงตัวเองนั่นแหละถึงได้รู้สึกว่าเงินทุกบาททุกสตางค์มันหามาได้อย่างยากเย็นแค่ไหนกันน่ะนะ  แต่ก็ยังดีที่ทำงานเป็นหมอ ยังมีงานให้ทำทันทีหลังเรียนจบ และถ้าไม่ขี้เกียจมากเกินไปนักก็ยังหางานพิเศษข้างนอกทำ ใช้เวลาไม่เท่าไหร่ก็พอจะหาเงินมาเติมตัวเลขในบัญชีได้
     
    แต่พอย้อนคิดไปถึงคนอื่นๆที่เขาต้องมาเดินงกๆๆ หางานทำ ดิ้นรนแทบตายเพื่อให้ได้เงินมาสัก 100 หรือ 200 บาทเพื่อใช้จ่ายในครอบครัว ที่ไม่ใช่ตัวคนเดียวแบบแพทด้วยแล้ว ทำให้รู้สึกว่า เราเองใช้ชีวิตและเงินทองได้อย่างไร้สาระที่สุด ไม่ได้เศร้าแต่สมเพชตัวเองที่ทำตัวแบบนี้
     
    ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปจะพยายามประหยัด มัธยัสถ์กว่านี้ จะใช้จ่ายให้รอบคอบกว่านี้ และจะไม่ฟุ้งเฟ้ออีกแล้ว  อีกอย่างจะขยันทำงานเก็บเงินไว้ให้มากกว่านี้ด้วย เพื่ออนาคตน่ะนะ....
     
    ปล. ระหว่างไปเที่ยวฟังเพลง music lover ประมาณล้านกว่ารอบได้แล้วมั๊งเนี่ย  แต่ยังไงๆ ก็ยังคงชอบเพลงนี้อยู่ดี
    ปล.(สุดท้าย) ถ้าใครคนนั้นได้อ่านบันทึก ขอให้รู้ว่าแพทรักเขา